หน้าแรก ข่าวทั่วไป อยู่กันได้ยังไง!! เช่าห้อง 7 ปี ทั้งเหม็น ทั้งสาป เพื่อนบ้านถึงกับติดป้ายบอก บอกย้ายออกเท่านั้นแหละ แทบอ๊วก!!

พบว่า ห้องดังกล่าวมีกลิ่นเหม็นสาป เนื่องจากผู้เช่าเลี้ยงสุนัข แผ่นรองซับสิ่งปฏิกูลของสัตว์ที่ชุ่มไปด้วยฉี่สุนัข บนที่นอน โดยฉี่นั้นชุ่มโชกออกมาเลอะเต็มที่นอน ลิ้นชักชั้นวางทีวีมีหนู 5 ตัว อีกทั้งความเสียหายภายในห้อง พบว่า พื้นปาร์เก้พองทั่วห้อง ไม่สามารถแก้ไขเฉพาะจุดได้ ต้องรื้อออกทั้งหมดแล้วปูใหม่ ห้องขนาด 28 ตรม. หักห้องน้ำ 4 ตรม. เหลือ 24 ตรม. ที่นอนขนาดคิงไซส์ ที่มีคราบฉี่ต้องทิ้งและซื้อใหม่ในราคาประมาณ 6,000 บาท ผนังในห้องมีการติดสติ๊กเกอร์ ค่าแรงลอก และขูดสติ๊กเกอร์ออกจากห้อง 500 บาท เฟอร์นิเจอร์ที่เสียหาย รวมราคาทั้งหมดประมาณ 21,100 บาท

แต่ทางด้านผู้เช่ายังคงทวงถามเงินค่าประกันความเสียหาย 6,400 โดยผู้เช่าบอกว่าออกค่าทำความสะอาด 600 บาทเอง และเจ้าของห้องไม่ใส่ใจผู้เช่าในขณะที่เช่าอยู่ น้ำซึมจากข้างบนห้อง (มาจากห้องคนอื่นที่อยู่ด้านบน) เจ้าของห้องไม่ใส่ใจมาแก้ไขให้ แอร์เสียก็ไม่ซ่อมให้ ที่ตากผ้าก็ไม่เปลี่ยนให้ เครื่องทำน้ำอุ่นเสียก็ไม่ซ่อมให้ หักค่าประกันความเสียหายหมด 6,400 บาท

ผู้เช่าบอกว่ามันเยอะเกินไป ไม่แฟร์ และเอาเปรียบเกินไป และบอกอีกว่าทรัพย์สินที่เสียหายเป็นการเสื่อมสภาพตามการใช้งานปกติ “ผู้เช่าย้ายออกไปเกือบ 2 อาทิตย์แล้ว แต่ผมยังไม่สามารถปล่อยเช่าต่อได้ทำให้ผมเสียโอกาสการให้เช่าห้องต่อเดือนละ 3,200 ไป เพราะต้องเสียเวลามาแก้ไขห้องที่เสียหาย มุมของผมผมก็คิดว่าผมแฟร์แล้ว แต่มุมของเขา เขาว่าผมเอาเปรียบ

ผมก็เข้าไปตรวจความเสียหาย และพบว่า

advertisement

มีกลิ่นเหม็นสาปอย่างร้ายกาจภายในห้อง รุนแรงมากจนไม่กล้าเดินเข้าไปในห้องเกิน 1 ก้าว และข้าวของเต็มห้องแบบกองท่วมห้องเต็มไปหมด คือตอนนั้นเข้าใจว่าเป็นกลิ่นสารเคมีกำจัดหนู ผมต้องกลับไปซื้อหน้ากากป้องกันกลิ่น 3M กรองคาร์บอน ที่ดีที่สุด เพื่อกลับไปตรวจสอบความเสียหายห้อง

advertisement

และพบว่าสาเหตุของกลิ่นนั้นมาจาก

1. ผู้เช่าเลี้ยงสุนัข พบแผ่นรองซับสิ่งปฏิกูลของสัตว์ที่ชุ่มไปด้วยฉี่สุนัข บนที่นอน โดยฉี่นั้นชุ่มโชกออกมาเลอะที่นอนเต็มไปหมด

2. พอดึงชั้นวางทีวีออกมา พบครอบครัวหนู 5 ตัวอยู่ในนั้น และยังมีอีก 2-3 ตัววิ่งไปวิ่งมา

ความเสียหายภายในห้อง

1. ที่นอนที่ชุ่มไปด้วยฉี่สุนัข และเมื่อพลิกกลับอีกด้านขึ้นมาพบคราบฉี่สุนัขเป็นวงกว้าง ที่นอนขนาดคิงไซส์ ผมต้องทิ้งและซื้อใหม่ในราคาราวๆ 6,000 บาท

2. พื้นปาร์เก้พองทั่วห้อง น่าจะมาจากฉี่ของสุนัขหรือฉี่หนู ไม่สามารถแก้ไขเฉพาะจุดได้ ต้องรื้อออกทั้งหมดแล้วปูใหม่ ห้องขนาด 28 ตรม. หักห้องน้ำ 4 ตรม. เหลือ 24 ตรม.

2. ค่ารื้อพื้นปาร์เก้เก่า ตรม.ละ 20 บาท 24 ตรม= 480 บาท

2. ค่าปูพื้นปาร์เก้ ของ+ค่าแรง ตรม.ละ 450 บาท 24 ตรม = 10,800 บาท

3. ผนังในห้องมีการติดสติ๊กเกอร์ ค่าแรงลอก และขูดสติ๊กเกอร์ออกจากห้อง 500 บาท

3. ทาสีผนังในห้อง ตรม.ละ 120 บาท ฝั่งซ้ายขวา (สูง 3 x กว้าง 6) x 2 = 36 ตรม ส่วนอีก 2 ฝั่งที่เหลือมีหน้าต่าง มีซิ้งค์ มีประตูด้วย หักออกไปคิดแค่ฝั่งเดียว (สูง 3 x กว้าง 4.5) = 13.5 รวมเป็น (36+13.5) = 49.5 ตรม. ตรม.ละ 120 บาท (49.5 x 120) = 5,940 บาท

4. ผนังห้องน้ำแปะสติ๊กเกอร์ไว้ทั่ว ต้องทำใหม่หมดทั้งห้องเลย ค่าลอกสติ๊กเกอร์ 500 บาท

4. ค่าแรง+ทาสีน้ำมัน (ผนังไฟเบอร์) (สูง 3 x กว้าง 3) x2 ด้าน = 18 ตรม อีกด้าน (สูง 3 x กว้าง 1) x2 ด้าน = 6 ตรม. รวมเป็น 24 ตรม.

4. ทาสีผนังห้องน้ำ ตรม.ละ 120 บาท (120 x 24) = 2,880 บาท

4. โซฟา ขาโซฟาขึ้นสนิมจนผุ!! คาดว่าหมาฉี่ใส่แล้วไม่เช็ดออก โซฟาเบี้ยวผิดรูป กลิ่นสาปฉี่หมาติดโซฟาผ้า ไม่สามารถแก้ไขได้ต้องทิ้งแล้วซื้อใหม่

5. เฟอร์นิเจอร์โดนน้ำ ไม่เช็ดทำความสะอาดให้แห้งจนผิวหน้าพองออกมา กำลังคิดอยู่ว่าจะซ่อมยังไง เพราะซื้อใหม่ทั้งหมดไม่ไหวจริงๆนะคุณ

6. จ้างแม่บ้านคอนโดเข้ามาทำความสะอาด แม่บ้านไม่รับงานนี้เพราะเหม็นสาปเกินไป เข้าห้องไปขนย้ายของไม่ได้ และข้าวของเยอะเต็มห้องมากเกินไป

6. ผมต้องซื้อหน้ากากป้องกันกลิ่น 3M กรองคาร์บอน มาใช้ และจ้างคนนอกมาช่วยขนของออกจากคอนโด

6. เพราะถังขยะของตึกคอนโด รับเฉพาะขยะที่เป็นขยะทั่วไปในการอยู่อาศัยทั่วไป ผมต้องจ้างคนมาขนของออกไป และจ้างรถมาเก็บไปทิ้งอีก

7. ตู้เสื้อผ้า แปะสติ๊กเกอร์ไว้ ยังไม่รู้จะแก้ไขยังไงดีเลยครับ

สรุปค่าความเสียหายภายในห้องคร่าวๆ

ทำพื้น 480+10,800

ผนังในห้อง 500+5,940

ผนังห้องน้ำ 500+2,880

แค่นี้ก็ 21,100 แล้วครับ

และที่สำคัญที่สุดคือกลิ่นเหม็นสาปฉี่หมาฉี่หนู ฟุ้งเหม็นสาปอย่างร้ายกาจเต็มไปทั้งห้อง ใช้น้ำยาดับกลิ่น (Bio fresh) มาสเปรย์+ทาทั้งผนัง เฟอร์นิเจอร์ทั้งห้อง เปิดหน้าต่างรับแดด เข็นเฟอร์นิเจอร์มาตากแดด ผ่านไป 1 อาทิตย์กว่าแล้ว กลิ่นยังเหม็นบรรลัยอยู่เลย คาดว่ากลิ่นยังติดอยู่ที่พื้นปาร์เก้ของห้อง ถ้ารื้อออกน่าจะบรรเทาไปได้อีกเยอะ

 

นึกภาพออกมั้ยครับว่าเหม็นขนาดไหน เอางี้เพื่อนบ้านข้างห้องมาแปะหน้าประตูห้องแจ้งว่ากลิ่นเหม็นสาปรบกวนเจ้าของร่วมท่านอื่น

เพราะผมเปิดหน้าต่างไว้เพื่อดับกลิ่นและระบายอากาศในห้อง จึงทำให้มันเหม็นสาปออกไปทั้งทางเดินครับ ตอนนี้ต้องปิดหน้าต่างให้หมดแล้วเครียดกับการดับกลิ่นภายในห้องอยู่

ผู้เช่ายังคงทวงถามเงินค่าประกันความเสียหาย 6,400

โดยผู้เช่าบอกว่าค่าทำความสะอาด 600 บาทเอง

และ

เจ้าของห้องไม่ใส่ใจผู้เช่าในขณะที่เขาเช่าอยู่

น้ำซึมจากข้างบนห้อง (มาจากห้องคนอื่นที่อยู่ด้านบน) เจ้าของห้องไม่ใส่ใจมาแก้ไขให้

เวลาทวงค่าเช่า เจ้าของห้องทวงค่าห้องจนน่าเกลียด ไม่ยอมเช็คว่าโอนตังรึยัง

แอร์เสียก็ไม่ซ่อมให้

ที่ตากผ้าก็ไม่เปลี่ยนให้

เครื่องทำน้ำอุ่นเสียก็ไม่ซ่อมให้

หักค่าประกันความเสียหายหมด 6,400 บาท ผู้เช่าบอกว่ามันเยอะเกินไป ไม่แฟร์ และเราเอาเปรียบเกินไป

“แล้วยังบอกอีกว่าทรัพย์สินที่เสียหายเป็นการเสื่อมสภาพตามการใช้งานปกติ”

นี่ผู้เช่าย้ายออกไปเกือบ 2 อาทิตย์แล้ว แต่ผมยังไม่สามารถปล่อยเช่าต่อได้ทำให้ผมเสียโอกาสการให้เช่าห้องต่อเดือนละ 3,200 ไป เพราะต้องเสียเวลามาแก้ไขห้องที่เสียหาย

มุมของผมผมก็คิดว่าผมแฟร์แล้ว แต่มุมของเขา เขาว่าผมเอาเปรียบ

อยากทราบความเห็นของคนอื่นด้วยครับ

advertisement